ประกาศเรื่องลิขสิทธิ์

สงวนลิขสิทธิ์ : สามารถนำไปเผยแพร่ที่เว็บไซต์อื่นได้ โดยต้องระบุแหล่งที่มาให้เห็นได้ชัดเจน คือข้อความ "คัดมาจาก - เว็บไซต์สยามคเณศ Siamganesh.com" และห้ามนำเนื้อหาเหล่านี้ไปบรรจุอยู่ในหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ โดยมิได้รับอนุญาตเป็น "ลายลักษณ์อักษร" เด็ดขาด

ดำเนินพันธกิจโดย สำนักพิมพ์สยามคเณศ และ เว็บไซต์สยามคเณศ Siamganesh.com เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไว้มากที่สุดของไทย

ติดต่อกับสยามคเณศ ได้ที่ : Facebook.com/siamganesh
หรือ E-Mail : siamganesh@gmail.com

จากใจพระอาจารย์

"...ผู้มีใจตั้งมั่นในองค์เทพอย่างถึงที่สุด
หากเขากระทำการใดผิดพลาด
เมื่อยอมรับและกราบขอขมาต่อเทวะแล้ว
พระองค์ย่อมประทานอภัย
อีกทั้งยังจะส่งเสริมให้เขาเจริญรุ่งเรือง
ให้ชีวิตดำเนินไปอย่างถูกต้อง..."

พระครูสิทธิ รามกายา
พระอาจารย์พราหมณ์ ที่ปรึกษาสยามคเณศ

ภควัทคีตา : บทเพลงแห่งพระผู้เป็นเจ้า (ข้อมูลเบื้องต้น)


ภควัทคีตา : บทเพลงแห่งพระผู้เป็นเจ้า (ข้อมูลเบื้องต้น)
โดย : สำนักพิมพ์สยามคเณศ

ภควัทคีตา คือ คัมภีร์เล่มเล็กที่แทรกอยู่ใน มหากาพย์มหาภารตะ เป็นการสนทนากันระหว่างพระกฤษณะและท้าวอรชุน ประกอบด้วยหลักปรัชญาชีวิตมากมาย การสนทนาของพระกฤษณะและท้าวอรชุนนี้ เกิดขึ้นก่อนการสู้รบในทุ่งกุรุเกษตร โดยพระกฤษณะนั้นเป็นสารถีผู้ขี่ม้าให้แก่ท้าวอรชุน ได้เปิดเผยสภาวะที่แท้จริงของตนขึ้นให้อรชุนได้ประจักษ์ว่าตนเป็น หริ หรือ พระวิษณุอวตาร และได้แสดงธรรมอันสูงสุดแห่งจักรวาลแก่ท้าวอรชุนหลักธรรมที่กล่าวถึงประกอบไปด้วยความจริงแห่งโลกและจักรวาล ธรรมชาติของชีวิต หน้าที่ของมนุษย์ การแสวงหาความหลุดพ้น และการเดินทางสู่สภาวะอันเป็นนิรันดร์ คือการกลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้า

ปรัชญาในภควัทคีตา ได้กลายมาเป็นคำสอนที่ชาวฮินดูใช้ยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่ง ยึดเป็นข้อปฏิบัติ มหาตมะ คานธี พระบิดาแห่งอินเดีย คือบุคคลที่นำเอาหลัก ปรัชญาจากภควัทคีตามาใช้จนเห็นผลชัดเจนที่สุด ในบรรดาศิลปิน นักปราชญ์ อาจารย์ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ บุคคลในแวดวงธุรกิจ ตลอดจนนักการเมือง ผู้นำประเทศที่มีชื่อเสียงของโลกหลายท่าน ก็ได้ใช้คัมภีร์ภควัทคีตานี้ไปประยุกต์ต่อยอดความรู้ของตน เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ ให้โลกได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์

" องค์กฤษณะจะรับผิดชอบต่อสรรพชีวิตที่น้อมคารวะแด่พระองค์
และจะทรงอภัยต่อบาปทั้งมวลที่มนุษย์ได้สั่งสมไว้.. "


มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึง องค์กฤษณะ หรือ บุคลิกภาพสูงสุดของพระเจ้า ได้ แม้จะเป็นพ่อค้า แม่ค้า หญิงที่ตกต่ำ ชนชั้นแรงงาน แม้จะเป็นผู้ที่มีชีวิตที่ด้อยค่าที่สุด หากยอมรับและภักดีต่อองค์กฤษณะและทวยเทพทั้งหลายในศาสนาพราหมณ์

ยอมรับว่าชีวิตของตนนั้นได้ถูกสร้างมาจากน้ำมือของพระเป็นเจ้า
ยอมรับว่าชีวิตของตนนั้นสามารถถูกทำลายโดยน้ำมือของพระเป็นเจ้า
ยอมรับว่าองค์กฤษณะและทวยเทพต่างๆ นั้นเป็นผู้อยู่เหนือชะตากรรมของตน
และตั้งมั่นให้พระองค์เป็น เป้าหมายสูงสุดในชีวิต ก็ย่อมได้รับการอภัยโทษ
ได้รับความสุขอันเป็นนิรันดร์ ปัญหาในชีวิตทั้งมวลย่อมถูกขจัดปัดเป่าให้มลายหายสิ้น ชีวิตที่สมบูรณ์ก็จะเกิดแก่ตนตราบจนสิ้นลมหายใจ..

มนุษย์เราอาจจะชำระล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดทุกๆวัน ก็เพียงเพื่อความสะอาดทางกายเท่านั้น แต่การได้อาบน้ำในแม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์แห่ง "ภควัทคีตา" เพียงครั้งเดียว...ความสกปรกทางด้านจิตวิญญาณของเราก็จะถูกชำระจนหมดสิ้น..!!

คัมภีร์โยคสูตร : ปรัชญาโยคะแห่งปตัญชลี (ส่วนที่ 2)


คัมภีร์โยคสูตร : ปรัชญาโยคะแห่งปตัญชลี (ส่วนที่ 2)
โดย : สำนักพิมพ์สยามคเณศ

1.12 การควบคุมจิตเคลื่อนไหวทั้ง 5 ดังกล่าวมานี้ สามารถกระทำได้
โดยการฝึกฝนให้เกิดความอดทนต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ฝึกให้เกิดความไม่ยึดติดในสรรพสิ่ง

1.13 การฝึกฝนนั้น ก็คือความพยายามในการกระทำให้จิตคงอยู่ในสภาพที่สงบนิ่งที่สุด

1.14 การบำเพ็ญจนก่อให้เกิดผลสำเร็จนั้น จะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดกลางคัน
ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนาน จึงต้องอุทิศตนแก่การบำเพ็ญนี้อย่างเต็มความสามารถ

1.15 ความชำนาญในการควบคุมจิตจะเกิดขึ้นได้
เมื่อปราศจากความปรารถนาในสิ่งใดๆ
การลด ละ ในกิเลสทั้งปวง จะก่อให้เกิดอำนาจในการจัดการกับจิตของตนเองได้อย่างสมบูรณ์

1.16 เมื่อมีอำนาจในการควบคุมจิต ความหลงใหลในคุณวิเศษต่างๆ ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น

1.17 กระบวนการที่ประกอบขึ้น ให้เกิดการบำเพ็ญสมาธินั้น
ประกอบไปด้วย การใช้เหตุผลนึกคิด การแบ่งแยกพิจารณา
การสร้างสุขให้เกิดขึ้นในขณะนั้น และตัวตนของผู้ปฏิบัตินั่นเอง

คัมภีร์โยคสูตร : ปรัชญาโยคะแห่งปตัญชลี (ส่วนที่ 1)

คัมภีร์โยคสูตร : ปรัชญาโยคะแห่งปตัญชลี (ส่วนที่ 1)
โดย : สำนักพิมพ์สยามคเณศ

1.1 ดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือคำอธิบายเกี่ยวกับความจริงแท้ในทุกสรรพสิ่ง

1.2 โยคะ คือการกระทำใดๆ เพื่อให้ความเคลื่อนไหวของจิตสงบลง อยู่ภายใต้การควบคุม

1.3 จากนั้น ผู้กระทำจะอยู่กับสภาวะที่เป็นธรรมชาติและเป็นจริงแท้ที่สุด

1.4 หากไม่เช่นนั้น จิตก็จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา

1.5 จิตที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา มีอยู่ 5 ประเภท
ทั้งที่ทำให้เกิดทุกข์ทรมาน และความไม่ทุกข์ทรมาน

1.6 จิตเคลื่อนไหวทั้ง 5 ได้แก่ การรับรู้อย่างถูกต้อง
การรับรู้ที่ผิด จินตนาการ การหลับใหล และ ความทรงจำ

1.7 การรับรู้อย่างถูกต้อง คือ การอนุมาน
โดยวิธีคาดเดาจากประสบการณ์ที่มีเหตุผล และรับรู้โดยทุกสัมผัสที่เห็นจริงถูกต้องเที่ยงแท้

1.8 การรับรู้ที่ผิด ได้แก่ ความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ความผิดพลาด ประสาทสัมผัสที่ไม่สมบูรณ์ และภาพที่คลุมเครือ

1.9 จินตนาการ หรือ ความเพ้อฝัน
เกิดจากการรับรู้และนำมาขยายความต่อ โดยปราศจากสิ่งยืนยันถึงความจริงแท้

1.10 การหลับใหล คือการแสดงออกของจิต
ที่ปราศจากการรับรู้ทางประสาทสัมผัสหยุดการเคลื่อนไหว

1.11 ความทรงจำ คือการที่จิตไม่ยอมให้สิ่งที่เคยรับรู้ทางประสาทสัมผัสต่างๆ เลือนหายไป

คัมภีร์โยคสูตร : ปรัชญาโยคะแห่งปตัญชลี (ข้อมูลเบื้องต้น)



คัมภีร์โยคสูตร (อ่านว่า โยคะ-สูตระ) แต่งขึ้นโดย มหาฤาษีปตัญชลี พระอาจารย์แห่งโยคะ เป็นคัมภีร์ที่ เขียนขึ้นเพื่ออธิบายความหมายของโยคะ ปรัชญาโยคะเพื่อความรู้แจ้งในชีวิต วิธีการบำเพ็ญเพียรสร้างสมาธิ เพื่อให้เกิดฤทธิ์ ปัญญา ขจัดกิเลสและไปให้ถึงซึ่งเป้าหมายสูงสุดของศาสนาฮินดู นั่นคือ การบรรลุโมกษะ หลุดพ้นจากสังสารวัฏอันนำมาซึ่งความทุกข์ร้อนแก่ชีวิต

คัมภีร์โยคสูตร มีอยู่ทั้งหมด 196 สูตร แบ่งออกเป็น 39 ส่วน และจัดกลุ่มไว้เป็น 4 บท ได้แก่ ปรถมบท (สมาธิบท 51 สูตร) ทวิติยบท (สาธนบท 55 สูตร) ตฤติยบท (วิภูติบท 56 สูตร) และ จตุรถบท (ไกวัลย์บท 34 สูตร)

เนื้อหาในคัมภีร์โยคสูตรนี้ ท่านปตัญชลีได้แต่งขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เพื่อการบูชามหาเทพในศาสนาฮินดู มีการสืบทอดตำราต่อกันมานับพันปี มีผู้แปลเป็นเอกสารหรือตำราฉบับภาษาต่างๆ แจกจ่ายไปทั่วโลก

และด้วยจิตอันเป็นกุศลและมีความศรัทธาในมหาเทพอันเป็นที่ตั้งสูงสุด ทีมงานเว็บไซต์สยามคเณศ จึงได้ทำการแปลคัมภีร์ฉบับนี้ขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มีความศรัทธา ได้อ่าน ศึกษา ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามคำสอนในคัมภีร์เล่มนี้ ผู้แปลมุ่งหวังว่า บทความที่ลงต่อเนื่องในวารสารสยามคเณศและเว็บไซต์สยามคเณศ จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน และบุญกุศลที่ได้เผยแพร่บทความคัมภีร์โยคสูตรนี้ ผู้แปลขอถวายเป็นเครื่องบูชาแด่มหาเทพทุกพระองค์

...ขอความศานติจงบังเกิดแก่สรรพชีวิตในจักรวาล...

บทความพิเศษ : มนุษย์จงเข้าใจพระเจ้า

บทความพิเศษ : มนุษย์จงเข้าใจพระเจ้า
----------------------------------------------------------------------------------
...โอม อหัม พรหมมา อัสมิ !!
...ขอนอบน้อมแด่พระมหาเทวะทุกพระองค์...

ภควัทคีตา : เมื่อเห็นแก่เพื่อนมนุษย์แล้ว อรชุน! ท่านจงทำความดีให้มากยิ่งขึ้นไปเถิด...

มีผู้ถามข้าพเจ้าอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรพระเจ้าที่เขาบูชาอยู่ จะเมตตาประทานพรแก่เขาสักที
ข้าพเจ้าตอบไปว่า การจะได้รับการสนองตอบในสิ่งที่ทูลขอจากพระเจ้านั้น มีเงื่อนไขบางประการกำกับอยู่
แล้วเงื่อนไขใดเล่า ที่พระเจ้าทรงใช้ตัดสิน ?

สิ่งที่พระเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องพิจารณา แล้วประทานพรแก่มนุษย์ คือ "ความเข้าใจในพระเจ้า" ของมนุษย์ผู้นั้น

จิตวิญญาณของมนุษย์ ไม่สามารถ "เข้าใจ" พระเจ้าได้อย่างถ่องแท้
เนื่องด้วยข้อจำกัดหลายอย่างในการใช้ชีวิตบนโลก รวมถึงเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่ทุกขณะ
ทำให้กิเลสในใจของมนุษย์นั้นเข้มข้นขึ้น
และกิเลสที่อัดแน่นอยู่ในใจนี่เอง ทำให้ความสำนึกในพระเจ้า ความรักในพระเจ้า ค่อยๆ หดหายไปตามกาลเวลา

เมื่อมนุษย์ไม่รักในพระเจ้า ห่างเหินจากพระเจ้า แล้วมนุษย์จะเข้าใจพระเจ้าได้อย่างไรเล่า ?

แล้วต้องทำอย่างไร มนุษย์จึงจะเข้าใจในพระเจ้า ?
เงื่อนไขที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาอีกข้อ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความ "เข้าใจ" ในพระเจ้านั้น
มีสาระสำคัญที่สุด คือ "การทำความดี"
...ความดี...ที่มนุษย์ได้สั่งสมมา ทั้งในชาติภพปัจจุบัน และชาติภพที่ผ่านมาทั้งหมด
บ่งบอกได้ถึงความเข้าใจในพระเจ้าของมนุษย์ผู้นั้น
การลด ละ เลิกในกิเลส ย่อมทำให้การกระทำความดีเป็นไปอย่างราบรื่น

พระเจ้ารักและเมตตาผู้ที่กระทำความดี
ผู้ใดหมั่นประกอบคุณงามความดีอยู่เสมอ พระเจ้าจะจัดเขาอยู่ในกลุ่มของ "ผู้เข้าใจในพระองค์อย่างถ่องแท้"
การทำความดีจึงหมายถึงการพยายามเข้าใจในพระประสงค์ของพระเจ้า

หากท่านประสงค์ให้พระเจ้าเมตตา ประทานพร มอบทุกสิ่งที่ท่านปรารถนา ต้องการให้พระเจ้า "เข้าใจ" ท่าน
ท่านก็จง "เข้าใจ" ในพระเจ้าเสียก่อน จึงจะเรียกร้องความเข้าใจจากพระองค์
และเมื่อท่านได้ทราบวิธีการแล้วว่า "ความดี" สามารถทำให้ "เข้าใจ" พระเจ้าได้
ก็จงชนะใจพระเจ้า ด้วยการทำความดีให้ได้ "ทุกขณะ" ที่ยังมีลมหายใจ
ผู้ทำความดีอยู่เป็นนิจนั่นเอง คือผู้ที่พระเจ้ารัก ห่วงใย และพระเจ้าจะปกป้องดูแลจนเขาสิ้นชีพ

พระเจ้ารักท่านเสมอ ขอความศานติจงมีแก่ทุกสรรพสิ่ง
...สยามคเณศ...
www.Siamganesh.com

----------------------------------------------------------------------------------
[ จากใจพระอาจารย์ ]
ท่านสวามิ สิทธิ รามกาย : เมื่อท่านเปิดใจรับพระเจ้า พระเจ้าก็อ้าแขนรับท่านเช่นกัน
พระกรุณาธิคุณเจ้า พระภูปาท : ยามที่ท่านเกิดความท้อถอย จงเอ่ยพระนามแห่งพระเจ้า แล้วท่านจะได้รับพร
มหาตมา คานธี : การคิดเรื่องความดีนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง การลงมือกระทำความดีนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง